พุทธศาสนาแยกการศึกษาออกเป็น ๒ ส่วน

ส่วนที่ ๑ มองมนุษย์เป็น ชีวิต ซึ่งต้องมีการพัฒนา (ฝึกและฝืน) ทั้ง ๓ ด้าน เพื่อพัฒนามนุษย์ทั้ง ๓ ด้านให้มีชีวิตที่ดีงามในตัวของตนเองและสามารถ นำโลกสู่ทางโพธิ คือถูกต้องและดีงาม ตามหลักสัมมาทิฏฐิ ดังนี้

ด้านศีล
  • การศึกษาที่ฝึกด้านการดูแลพัฒนากายและสิ่งแวดล้อม การสัมพันธ์กับปัจจัย ๔ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี
  • พฤติกรรม กฏ กติกา มีวินัยต่อตนเองและสังคม
ด้านสมาธิ
  • สุขภาพจิต มีความสุข แจ่มใส มีจิตใจที่ร่าเริง เบิกบาน สดชื่น เอิบอิ่ม ผ่องใส สงบเป็นสุข
  • คุณภาพจิต มีจิตใจที่ประกอบด้วย คุณธรรม เช่น มีเมตตา กรุณา เอื้ออารี มีมุฑิตาจิต มีความเคารพอ่อนโยน ซื่อสัตย์ กตัญญู
  • สมรรถภาพจิต มีจิตใจที่เข้มแข็งมั่นคง กล้าหาญ มีความเพียรพยายาม มุ่งมั่นอดทน ทำงานจนสำเร็จ ด้วยสติ และสมาธิ
ด้านปัญญา
  • ศึกษาตนเอง - ผู้อื่น - สิ่งแวดล้อม โดยรู้จักกระบวนการโยนิโสมนสิการ รู้จักเหตุปัจจัย คิดวิเคราะห์อย่างแยบคาย และมีความใฝ่รู้ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
 
ส่วนที่ ๒ มองมนุษย์ เป็น ทรัพยากร ทางด้านเศรษฐกิจและทางด้านสังคม โรงเรียนทอสีจัดการศึกษาทางด้านวิชาการ แบ่งเป็น ๒ หัวข้อ

การจัดการเรียนรู้ในระดับปฐมวัย


“การศึกษาเริ่มต้นเมื่อ คน กิน อยู่ เป็น”

พระพรหมคุณาภรณ์ได้กล่าวไว้ว่า “คำว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐนั้นยังไม่เต็ม ที่ถูกควรพูดว่า มนุษย์จะประเสริฐถ้าได้รับการฝึก สิกขา คือการเรียนรู้ฝึกฝน และพัฒนาตนตลอดเวลา ชีวิตและกิจกรรมทุกอย่างของมนุษย์ต้องมีการแก้ไขปรับปรุง หยุดไม่ได้เพราะต้องไม่ประมาท นี่คือหลักการที่แท้ของการศึกษาที่พึงประสงค์”

การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยเป็นไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการศึกษาคือพัฒนาด้านวิชาชีวิตและวิชาการ โดยใช้บทเรียนจากวิถีชีวิตประจำวัน การกิน อยู่ ดู ฟัง เป็นบทฝึกให้รู้จัก “งาน” และ “หน้าที่” ด้วยความเข้าใจ เห็นคุณค่า มีปัญญากำกับ เพื่อให้เข้าใจการทำงานด้วยตนเอง เคารพงาน เคารพหน้าที่ของตน เมื่อเรา “ฝึก” มนุษย์ให้มีพฤติกรรมคุ้นเคยที่ดีงามได้ ให้รู้คุณค่าการ “ฝืน” ทำในสิ่งที่ดีงาม ถูกต้อง แม้จะไม่ถูกใจเป็นการสร้างวินัยที่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาตนเองทั้งด้านชีวิตและการเรียนรู้ เป็นการสร้างคุณลักษณะของจิตใจที่มีความเข้มแข็ง “สุขง่าย ทุกข์ยาก” ให้เกิดขึ้น ซึ่งสามารถทำควบคู่กันไปได้กับความรู้ทางด้านวิชาความรู้ที่มีความจำเป็นกับเด็กตามวัย

หัวใจสำคัญในการฝึกและพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัยให้เกิดมีความคิดเห็นที่ถูกต้องในการใช้ชีวิต การปฏิบัติตัวต่อผู้คนและโลกรอบตัวหรือที่เรียกว่า “สัมมาทิฏฐิ” นั้น กัลยาณมิตร โดยเฉพาะ พ่อ แม่ นับว่าสำคัญที่สุด เพราะสามารถชี้นำ ชักจูง เป็นแบบอย่าง และหยิบยื่นสิ่งต่างๆ ให้กับเด็ก ดังนั้นการพัฒนาจึงต้องทำควบคู่กันไปทั้งในระดับผู้ใหญ่และเด็ก แยกส่วนออกจากกันไม่ได้

การจัดการเรียนรู้ในระดับประถมศึกษา


“ชีวิตคือการศึกษา การศึกษาคือชีวิต” เป็นแนวคิดที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ในระดับประถมโรงเรียนทอสี เพื่อแสดงให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงโลกรอบตัว และสรรพสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างไม่แยกส่วน เพื่อให้ผู้เรียนได้เห็นความเชื่อมโยง ต่อเนื่อง ส่งผลต่อกันตามหลักเหตุและปัจจัย เป็นการเปิดประตูความรู้และความเข้าใจเรื่องราวภายนอก มิใช่มองมนุษย์แยกออกมาเป็นผู้จัดการธรรมชาติอื่นๆ แต่มองให้เห็นความเป็นไปทั้งหมด เป็นหนึ่งเดียวกัน ดังวลีที่ว่า “เด็ดดอกไม้สะเทือน ถึงดวงดาว”

แต่การจัดการเรียนรู้ที่แท้นั้นไม่ควรมองคับแคบเพียงการเรียนวิชาความรู้นอกตัวที่มีการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น แต่การจัดการเรียนรู้ต้องเป็นไปเพื่อสร้างให้เกิดปัญญา ด้วยการเชื่อมโยงความรู้ภายนอกเข้ามาเพื่อพัฒนาชีวิตด้านในของตนเอง เพื่อให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งด้านพฤติกรรม (กายและสังคม) จิตใจ และปัญญา ตามหลักไตรสิกขา รู้จักและค้นพบศักยภาพของตนเอง ทั้งด้านความถนัด-ความสามารถ (วิชาการ) และศักยภาพในการเรียนรู้

หัวใจของการพัฒนาตนเองด้วยการนำหลักธรรมะที่สำคัญในพุทธศาสนา คือ โยนิโสมนสิการ เข้ามาใช้ผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนและการดำเนินชีวิต เพื่อฝึกการใช้ความคิดที่ถูกวิธี รู้จักคิด พิจารณา กลั่นกรองหาเหตุผล นับเป็นการปูพื้นฐานความพร้อมสู่พุทธปัญญา


บทเรียน ‘เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว’ ของโรงเรียนทอสี


ระดับอนุบาล

ระดับประถมศึกษา

*ปรับปรุงข้อมูลเมื่อปีการศึกษา ๒๕๕๖

กลับไปด้านบน