 |
ทีวีบูรพาดูงานจัดการขยะที่โรงเรียน
|
| |
วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
|
|
| |
ภาพบรรยากาศเมื่อครั้งคณะจากบริษัททีวีบูรพามาเยี่ยมชมดูงานการจัดการทรัพยากรที่โรงเรียน คณะเจ้าหน้าที่จากทีวีบูรพาได้ทำกิจกรรมร่วมกับธนาคารทรัพยากร โดยการทดสอบการคัดแยกทรัพยากรที่เด็กๆ ได้นำมาฝากไว้ที่ธนาคาร และเก็บองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ต่อไป |
|
|
|
|
 |
งานอาจาริยบูชา ๒ ทศวรรษแห่งการจากไปของหลวงปู่ชา ณ วัดหนองป่าพง
|
| |
วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
|
|
| |
เนื่องในวาระ ๒ ทศวรรษแห่งการจากไปของพระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทฺโท) ในปี ๒๕๕๕ นี้ ชาวทอสีบางส่วนได้มีโอกาสไปร่วมงานและปฏิบัติบูชาถวายแด่ท่าน บทความต่อไปนี้ แม่แป๋ว - วัฒนีพร ปั้นมณี อดีตผู้ปกครองทอสี ได้กรุณาเขียนแบ่งปันให้เราได้อ่านกัน เป็นบทความที่อ่านสนุกและมีสีสันมาก ขอเชิญชวนให้ทุกท่านอ่านกัน ณ ที่นี้ค่ะ |
|
อ้อ.. อย่าลืมติดตามอ่านบทความเล่าเรื่องราวความประทับใจในงานอาจาริยบูชาที่เขียนโดย ครูหนู - บุศริน รัญเสวะ ในจุลสารทอสีสัมพันธ์ ฉบับที่ ๔ / ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ด้วยนะคะ จะได้อ่านกันเร็วๆ นี้ค่ะ
รำลึกพระคุณครูบาอาจารย์... อาจาริยบูชาที่วัดหนองป่าพง
๑๒-๑๗ มกราคาของทุกปี เป็นวันอาจาริยบูชาของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ที่ลูกศิษย์ของหลวงปู่ชาจะเดินทางมาเพื่อมารำลึกถึงพระคุณของหลวงปู่ชาที่ท่านสั่งสอนศิษย์ให้ดอกบัวสะพรั่งธรรมทั่วทุกสารทิศ ศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่ชา ครูบาอาจารย์ชาวต่างประเทศที่ท่านไปหยั่งรากปลูกต้นธรรมในแดนไกลจากทั่วโลกทั้งอังกฤษ อเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และจากทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกก็จะมาร่วมงานนี้อย่างพร้อมเพรียง เป็นไปได้อย่างไร ว่าครูบาอาจารย์ชาวอีสานของเรา หยั่งรากเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะให้งอกงามได้ถึงเพียงนี้ทั้งที่ท่านจากพวกเราไปแล้วถึง ๒๐ ปี
ปีนี้ครอบครัวฉันได้มีโอกาสไปร่วมงานสำคัญนี้ วันแรกที่ไปถึงวัดหนองป่าพง ก็สัมผัสได้ถึงความเรียบง่าย มีระเบียบเรียบร้อย อดตระการตาไม่ได้กับซุ้มอาหารบุฟเฟ่ต์ All you can eat หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า”โรงทาน” แล้วฉันก็พาลูกๆเดินไปกราบหลวงปู่ชาที่เจดีย์ แทบตะลึงลานเมื่อได้ปรากฎตัวตรงหน้าพระเจดีย์ทองอร่ามงามสง่า เป็นพุทธสถานที่ตรึงใจไว้กับความสงบ เจดีย์ที่นี่ต่างจากที่เคยเห็นจากวัดอื่นใด ด้านบนของเจดีย์เป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เหมือนดอกบัวตูมให้ความสง่างาม ส่วนล่างเป็นเหมือนทรงระฆังคว่ำขนาดใหญ่ซึ่งมีประตูทางเข้าสี่ทิศให้คนเข้าไปข้างในเพื่อเข้าไปกราบพระอัฎฐิธาตุของหลวงปู่ชา เพียงแค่เข้าไปนั่งตรงหน้าท่าน ความสงบสงัดในจิตใจก็เกิดขึ้นโดยไม่ต้องทำอะไร ฉันสวดมนต์บทบูชาคุณหลวงปู่ชาตามที่เขาตั้งไว้ให้อ่านตัวโตๆ เหมาะกับสายตาชราชนก็ถึงกับหลั่งอัสสุชลเนืองนอง คุณานุคุณของท่านมากล้นเหลือประมาณไม้ได้ สัมผัสเพียงแค่นี้ก็ซาบซึ้งตรึงใจยิ่ง ลูกๆ สองวานรสอนง่ายของฉันที่เคยยุกยิกก็สงบนิ่งได้อย่างน่าประหลาด ไม่ต้องให้แม่เพ่งพลังลมปราณแตกเหมือนเคย ฉันว่าเด็กๆ สามารถรับพลังที่ดีได้อย่างที่เราคาดไม่ถึง อาจเป็นเพราะพวกเขาเองก็เป็นแหล่งพลังบริสุทธิ์จากธรรมชาติเช่นกัน
ฉันพาลูกๆ ไปชม “พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร ชา สุภัทโธ” ซึ่งอาคารหลังนี้สร้างงามสง่าเหลือเกิน เหมือนย้อนไปในยุคสถาปัตยกรรมยุค 70s แบบแฟรงค์ ลอยด์ ไร้ท์ เลยทีเดียว กว้างใหญ่ สง่าสมกับความเรียบง่าย ลงตัวทุกมุมมองไม่น่าเชื่อว่าสร้างมาแล้วกว่า ๓๐ ปี นับเป็นการออกแบบระดับเทพของสถาปนิกในยุคนั้น ข้างในเป็นการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ของหลวงปู่ชาในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ วัตถุธรรมต่างๆ โครงกระดูกของคน และสัตว์ต่างๆเพื่อให้เห็นอนิจจัง และห้องที่จำลองห้องของหลวงปู่ชา โดยมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายที่ท่านนั่งประจำ ถ้าจำไม่ผิด ห้องนี้ เก้าอี้นี้นี่เองที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเคยเสด็จมากราบสนทนาธรรมกับท่านในครั้งหนึ่ง
ระหว่างที่เดินชมสถานที่สำคัญต่างๆ ในวัดนั้น จะได้เห็นคำสอนของหลวงปู่ชาตลอดเส้นทาง เป็นธรรมะจากต้นไม้ ที่ท่านได้ให้ติดคำสอนที่ลึกซึ้งกินใจไว้ตามต้นไม้ตลอดเส้นทาง อ่านไปได้คิดไป อ่านไปอึ้งกับตัวเองไป บางอันก็โดนจี๊ดเจ็บแปล๊บ บางอันก็ขำ ธรรมะของหลวงปู่ชานั้นสั้นๆ ง่ายๆ แต่ลึกซึ้งถึงใจ กินใจ และจับใจ มีคนเคยถามท่านว่า ท่านพูดภาษาฝรั่งไม่ได้ แต่ทำไมมีพระฝรั่งเป็นลูกศิษย์มากมาย ท่านตอบประมาณว่า หากเรามีสัตว์เลี้ยงอย่างหมาหรือแมว แล้วเราสอนมันได้ เข้าใจมันได้โดยไม่ต้องพูดภาษาเดียวกับมันฉันใดก็ฉันนั้น ธรรมะเป็นสิ่งที่อยู่เหนือภาษา
๙ ปีที่แล้วฉันเคยฟังเทศน์จากพระฝรั่งรูปหนึ่ง ที่ทำงานนิมนต์ท่านมาเทศน์ให้พนักงานฟัง ขณะนั้นมีเด็กอายุ ๔ เดือนกำลังดิ้นดุกดิกอยู่ในพุงโตๆ ของฉัน ท่านเทศน์ได้จับใจไพเราะยิ่ง สิ่งที่ท่านสอนล้วนเป็นเรื่องใกล้ตัวแต่ไกลใจ เรามองไม่เห็นเหมือนมีม่านมัวบังตา ท่านชี้ให้เห็นถึงทุกข์ กิเลส ได้อย่างเรียบง่าย ด้วยภาษาไทยที่ชัดถ้อยชัดคำ กระจ่างในความคิด แฝงด้วยอารมณ์ขันอย่างคมคาย เมื่อท่านเทศน์จบฉันได้ไปกราบท่าน และกราบขอหนังสือชื่อ “หนี้ศักดิ์สิทธิ์” ที่ท่านเป็นผู้ประพันธ์ เนื่องจากเคยยืมเพื่อนอ่านแล้วชอบมาก ท่านบอกว่าให้จดชื่อที่อยู่มาแล้วจะส่งหนังสือมาให้ มิใยว่าฉันจะถามว่าหนังสือราคาเท่าใดจะได้ทำบุญให้ท่าน ท่านก็ไม่ยอมรับ สี่วันต่อมาฉันได้รับหนังสือหนี้ศักดิ์สิทธิ์ ๔ เล่มพร้อมด้วยซีดีธรรมะหลายแผ่น ที่กล่องพัสดุเขียนว่าส่งมาจากวัดป่านานาชาติ ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาส นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันซาบซึ้งในธรรมทานของศิษย์หลวงปู่ชา ท่านคือ พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ นั่นเอง
และแล้วเจ้าแตงโมน้อยในพุงของฉันก็ได้มีโอกาสไปอยู่โรงเรียนทอสี โรงเรียนที่พระอาจารย์ชยสาโรท่านเป็นประธานที่ปรึกษา ครอบครัวเราได้มีโอกาสฟังเทศน์จากท่านหลายต่อหลายครั้ง คำสอนคำเทศน์ที่ท่านสอนทุกครั้งให้ความปีติอิ่มเอบเบิกบานได้ทุกครั้ง และแทบทุกครั้งพระอาจารย์ชยสาโรจะเอ่ยถึงอาจารย์ที่ท่านแสนรักและบูชา คือหลวงปู่ชานั่นเอง สิ่งที่จำได้ถึงคำเทศน์ของท่านคือหลวงปู่ชาจะชอบ “ขัดใจ” ศิษย์ยิ่งนัก ยิ่งอยากก็ยิ่งแกล้งให้อยากมากขึ้น จนกว่าจะเห็นความอยาก เช่นครั้งหนึ่ง พระอาจารย์ชยสาโรเคยเล่าว่า ในเช้าของฤดูหนาววันหนึ่งที่วัดหนองป่าพง หลวงปู่ชาท่านให้ลูกศิษย์ปฎิบัติกิจของสงฆ์แต่เช้ามืด ตีสี่ ขณะที่ฟังเทศน์ด้วยความหนาวสั่นจับขั้วหัวใจนั้นเอง ท่านก็ได้ยินเสียงมีคนเดินเอาถาดน้ำปานะร้อนๆ มาถวาย ในใจนึกถึงความหนาวที่กำลังจะบรรเทาลงในอีกไม่ช้านี้ด้วยน้ำปานะร้อนๆ แต่หลวงปู่ชาท่านเทศน์ต่อเหมือนไม่มีวันจบสิ้น จนกระทั่งเวลาผ่านไปนาน น้ำปานะเย็นชืดนั่นแหละท่านถึงบอกว่าให้ฉันได้
หลวงปู่ชาสอนศิษย์ให้เห็นถึงความอดทนต่อกิเลสอย่างแกล้วกล้าองอาจ ท่านปฏิบัติให้เห็นด้วยการงานต่างๆที่ท่านทำ รักษาพระวินัยและวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัด แม้งานจะหนักหนาเพียงใดท่านก็บุกป่าฝ่าดงจนหนองป่าพงเป็นวัดใหญ่โตที่เต็มไปด้วยพระผู้มีปฏิปทางดงงามมากมาย แผ่บารมีไพศาลไปถึงแดนไกลทั่วโลก เมื่อครั้งที่ได้ฟังเทศน์จากศิษย์หลวงปู่ชาท่านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นท่านพระอาจารย์ปสันโน ชาวอังกฤษ หรือพระอาจารย์มิตสุโอะ คเวสโก (ชื่อเดิมของท่านคือ “ชิบาฮาชิ” แต่หลวงปู่ชาขนานนามว่า “สี่บาทห้าสิบ”) ก็จะได้ความรู้สึกอิ่มเอมใจท่วมท้นล้นปรี่ทุกครั้งไป กำแพงของภาษาเป็นเพียงอากาศธาตุเมื่อเราตั้งใจฟังจริงๆ ธรรมจะหลั่งไหลมาสู่ใจดุจสายน้ำทิพย์
เช้าวันที่ ๑๖ มกราคม อันเป็นวันสำคัญที่ศิษยานุศิษย์ทุกรูปจะมาร่วมพิธีอาจาริยบูชา ด้วยการเวียนเทียนรอบพระเจดีย์ สามรอบ ญาติโยมนับร้อยนับพันในชุดปฏิบัติธรรมสีขาวต่างมาปูเสื่อรอ ณ สองข้างทางที่พระท่านจะเดินผ่าน ลูกเล็กเด็กแดง คนแก่ระดับคุณย่าคุณยาย คุณป้าบ้านนา คุณอาบ้านไร่ คุณน้าคุณลุง ชาวอีสาน ชาวกรุงเทพ และชาวอื่นไกลต่างพร้อมใจกันมานั่งรอเวลาสำคัญ ช่วงก่อนที่จะถึงเวลาสำคัญ พระอาจารย์สุเมโธ ศิษย์ฝรั่งองค์แรกของหลวงปู่ชา ได้เทศน์ให้พวกเราฟัง คำสอนคำเทศน์ของท่านนั้นช่างตรงดิ่งถึงใจ ท่านสอนให้เรา "รู้อารมณ์" แค่เพียงรู้อารมณ์ของตัวเอง ก็จะเห็นถึงสังขารการปรุงแต่ง และสามารถดับทุกข์ได้ น้ำเสียงที่เปี่ยมล้นด้วยเมตตาของท่าน สำเนียงอังกฤษในภาษาไทยแบบซื่อๆ ง่ายๆ นั้น ทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงความเมตตาที่ท่านมีต่อพวกเราซึ่งเป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับท่าน แต่กระแสความเมตตานั้นหลั่งไหลเข้าสู่ใจให้ฉันสัมผัสได้เช่นเดียวกันว่านี่อาจเป็นกระแสแห่งเมตตาที่ท่านเคยได้รับมาแล้วจากหลวงปู่ชา ผู้นำพระธรรมคำสอนจากพระพุทธเจ้ามาสู่เรา
วินาทีที่เงียบสงบ ถนนสู่พระเจดีย์นั้นว่างเปล่า แล้วเราได้เห็นริ้วสีเหลืองของผ้ากาสาวพัสตร์จากลิบๆ จนเห็นเป็นทิวแถวนั้นเป็นภาพที่งามนัก เมื่อใกล้เข้ามา ก็จะได้เห็นพระอาจารย์ลูกศิษย์หลวงปู่ชาและพระจากวัดอื่นๆ เดินเรียงกันอย่างสงบงาม ในมือท่านคือพุ่มดอกได้บูชา เสียดายที่ฉันรีบหยิบกล้องขึ้นมาจับภาพโดยลืมจับใจจับสติตัวเอง มัวแต่กลัวคนนั้นบัง คุณยามขาหลบหน่อย คุณตำรวจขาจะปายางลบใส่ดีมั้ยพี่ถึงได้หลบมุมให้หนูถ่ายรูปหน่อยอะค่ะ แหมช่างมาบังกันได้ในนาทีสำคัญนี้ อ้าวนั่นคุณยามถ่ายรูปซะเอง แล้วคนอื่นที่อยู่ข้างหลังล่ะคุณขา เมื่อได้รูปสมใจแล้ว หลวงปู่ชาได้สอนฉันอีกครั้งหนึ่งว่า เห็นกิเลสคนอื่น ไม่เคยเห็นหรอกกิเลสตัวเอง
คืนวันที่ ๑๖ มกราคม ที่วัดหนองป่าพงจะมีการเทศน์มาราธอนนันสต็อป จากครูบาอาจารย์ศิษย์หลวงปู่ชา นำโดยพระอาจารย์ชาวต่างประเทศ นี่คือเวลาที่ฉันรอคอย ฉันตั้งใจอย่างกล้าแกล้วแน่วแน่ว่าจะเนสัชชิก คือปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์โดยไม่นอนตลอดคืนให้จงได้ บุญน่ะมี แต่กรรมมาบังซะนี่ อาการภูมิแพ้กำเริบเสิบสาน จึงทำให้เกิดอาการอ่อนเปลี้ยเพลียอย่างแรง เดินสะโหลสะเหลไปที่เจดีย์นั่งสมาธิหลบความหนาวได้นานพอควร ตั้งใจว่าจะนอนพักที่เต็นท์สักหน่อย ปรากฎว่ากรรมใดซัดโครมเข้าให้ไม่ทราบ ฉันหาเต็นท์ไม่เจอ เดินไปจนสุดทางเจอกำแพงมั่งล่ะ เจอบ่อน้ำมั่งล่ะ อ้าว เจอแท้งค์น้ำ อีตรงนี้เราเห็นตอนกลางวันนี่มันห่างจากเต็นท์เป็นโยชน์เลยนี่หว่า ในที่สุดฉันต้องซานกลับไปที่เจดีย์อีกครั้ง นั่งสมาธิฟังเทศน์จนถึงตีสองกว่าสุดจะฝืนสังขาร ก็ต้องซานไปหาพี่แป๋ม (คุณแม่ของน้องป่าน ป.๔) กัลยาณมิตรที่เป็นผู้ชักชวนมา และให้ฉันอาศัยเต็นท์เธอนอน ฉันเดินเซซังไปหาพี่แป๋มในโบสถ์ ซึ่งไม่รู้อยู่ที่ใดด้วยไฟฉายเจ้ากรรมที่เป็นเพียงแว่นขยายอ่านหนังสือของคนแก่ โชคดีที่เจอพี่แป๋มจึงได้นอนฟังเทศน์ในเต็นท์แล้วหลับไปอย่างเป็นสุข “เนสัชชิก” กลายเป็น “นอนสักนิด” ในที่สุด หรือหลวงปู่ชาจะสอนฉันให้เห็นถึงอนิจจัง
สี่วันที่อุบล สองคืนที่วัดหนองป่าพง เป็นช่วงเวลาที่รับพลัง ฉันได้เห็นความงดงามของสังฆะ สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้สืบทอดศาสนาให้ดำรงอยู่ ด้วยคำสอนที่ถ่ายทอดมาจากครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติแบบเอาชีวิตเข้าแลกอย่างหลวงปู่ชา สุภัทฺโท เพื่อให้แผ้วถางทางอันรกชัฎของป่ากิเลสนั้นให้เดินได้ง่ายดายยิ่งขึ้น และท้ายที่สุดเพื่อให้พวกเราพ้นจากความทุกข์
|
|
|
|
|