> สรุปประจำสัปดาห์
> รายการอาหารของนักเรียน: ย้ายไปที่หมวด 'ชุมชนกัลยาณมิตร > วิถีชีวิตชาวทอสี'

การรับไฟล์ภาพ เสียง และวีดิทัศน์ ของกิจกรรมต่างๆ
ท่านผู้ปกครองที่ต้องการไฟล์ภาพ เสียง หรือวีดิทัศน์ สามารถเตรียมแผ่น CD หรือ External Drive มาทำสำเนาไฟล์ได้ที่ห้องสมุดโรงเรียน ทั้งนี้ข้อมูลได้จัดเก็บไว้ตามปีการศึกษา ท่านผู้ปกครองสามารถสืบค้นได้ตามอัธยาศัย

ภาพบางส่วนจากค่ายเบิกบานผู้ปกครอง [พร้อมวิธีทำน้ำด่างจากแม่ออย]
  วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
  สืบเนื่องจากกิจกรรมค่ายทอสีเบิกบาน ขอเชิญทุกๆ ท่านชมภาพบรรยากาศและอ่านเรื่องราวความประทับใจจากผู้ปกครองหลายๆ ท่าน พร้อมอ่านวิธีทำน้ำด่างสำหรับใช้ล้างเนื้อหมูหรือผักที่แบ่งปันโดยแม่ออย - ศิรดา อัศวานันท์ (คุณแม่ของน้องอันนา ป.๓ และน้องอิงค์ อ.๓) ได้ที่นี่ค่ะ

ค่ายผู้ปกครอง มีกิจกรรมทั้งหมด ๑๐ รายการ ได้แก่

  • เย็บสมุด โดยครูกิ๊ฟ
  • ทำตะกร้า โดยคุณยายน้องจ๊ะจ๋า, แม่จี๋, แม่จันทร์, แม่รี่, อาบี
  • วาดสีน้ำ โดยครูย้ง
  • ทำ Journal Book - แบบ Collage โดยแม่นุ้ย แบบสีน้ำ โดยแม่ก้อย
  • เย็บผ้า โดยแม่เปี๊ยก
  • ล้างพิษเนื้อหมู หุงข้าวสี่แผ่นดิน โดยแม่ออย
  • ถ่ายรูป โดยพ่อมณเฑียร
  • ปั้นดิน โดยนายดี
  • วาดสีน้ำมัน โดยครูป่าน
  • งานไม้ โดยพี่บุญส่ง
    (สำหรับ ๓ งานท้ายสุดยังไม่ได้จัด เพราะรอคุณครูว่าง แต่จะให้เสร็จภายในปิดเทอมนี้)


สำหรับกิจกรรม “หุงข้าวสี่แผ่นดิน” ตอนแรกแม่ออยจะเชิญวิทยากรเข้ามาสอน แต่เวลาไม่อำนวย แม่ออยจึงตัดสินใจสอนเอง เพราะก็ทำอยู่แล้วที่บ้าน และวันนี้แม่ออยอยากจะมาบอกสูตรและวิธีทำเพื่อนำไปทำเองที่บ้านได้ “การล้างพิษเนื้อหมู” เป็นการล้างสิ่งสกปรกและสารเคมีตกค้างในหมูออก โดยใช้น้ำด่าง (น้ำขี้เถ้า) ซึ่งแม่ออยไปเรียนรู้เรื่องนี้จากป้าเพชร เป็นทางเลือกถ้าสนใจ และสามารถนำไปทำได้ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อเราและคนในครอบครัว

วิธีทำน้ำด่าง
ก่อนอื่นเราต้องรู้วิธีทำน้ำด่างก่อน เราได้น้ำด่างมาจากไหน... มาจากการนำน้ำขี้เถ้าจากการจุดเตาถ่านหุงต้ม แต่ควรเลือกถ่านที่เผามาจากไม้ธรรมชาติแล้วก็เก็บขี้เถ้ามาผสมน้ำ แล้วก็ทิ้งให้ตกตะกอน น้ำใสๆ ข้างบนหลังตกตะกอนแล้วจะลื่นๆ เท่านี้เราก็เรียกว่าน้ำด่างแล้ว

ปริมาณขี้เถ้าประมาณครึ่งกิโล/น้ำ ๕ ลิตร เมื่อตักน้ำมาใช้แล้วเติมน้ำเปล่าไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำจะหายลื่น ต้องเปลี่ยนขี้เถ้า

วิธีล้างเนื้อหมู
แช่น้ำขี้เถ้า ๓๐-๖๐ นาที จากนั้น ล้างน้ำให้สะอาด แล้วขยำแป้งมันและเกลือเม็ดอย่างละ ๑ ทัพพี คลุกเคล้าจนเกลือละลาย ล้างน้ำสะอาดโดยขยำ ให้น้ำที่เป็นสีแดงๆ กลายเป็นน้ำใสๆ เสร็จแล้วยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำ

วิธีล้างผัก
แช่ผักลงในน้ำขี้เถ้า ๕-๑๐ นาที ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด ยกขึ้นสะเด็ดน้ำบนตะแกรง

ลองกลับไปทำดูนะคะ แล้วจะเห็นว่าน้ำที่ล้างออกมามีสีกลิ่นอย่างไร เราจะรู้สึกว่าถ้าเราไม่ล้างออกไป แล้วมันจะไปอยู่ที่ไหน ก็เข้าสะสมในตัวเรา

ข้อมูลจาก: แม่ออย – ศิรดา อัศวานันท์ (คุณแม่ของน้องอันนา ป.๓ และน้องอิงค์ อ.๓)

*ขอเชิญทุกท่านติดตามอ่านเรื่องราวที่แม่ออยเขียนแบ่งปันเกี่ยวกับเรื่องค่ายเบิกบานได้ในจุลสารทอสีสัมพันธ์ฉบับที่ ๔ / ปีการศึกษา ๒๕๕๔ เร็วๆ นี้ค่ะ

 


ความคิดเห็นจากผู้ปกครองที่มีต่อกิจกรรม "ค่ายเบิกบาน"

แม่จินนี่ (คุณแม่ของน้องกัน ป.๑ และน้องภัทร อ.๒) :
“ได้มาเรียนรู้วิธีการล้างพิษหมู การหุงข้าวสี่แผ่นดิน ทำน้ำจิ้มหมูย่าง และการทำมะนาวตัดกรด ทุกรายการเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะการล้างพิษหมูทำให้รู้ว่าหมูที่ซื้อกลับมาล้างเองด้วยน้ำธรรมดาไม่สะอาด ก่อนล้างหมูด้วยน้ำด่างได้ลองดมกลิ่นดูไม่ค่อยเหม็นมาก แต่พอแช่ด้วยน้ำด่างน้ำที่แช่จะมีกลิ่นคาวเหม็นมาก และเมื่อผ่านขั้นตอนที่สอง เนื้อหมูจะสะอาดจริงๆ และไม่ค่อยมีกลิ่นคาว ขั้นตอนนี้ใช้เกลือเม็ดและแป้งมัน ทำให้เนื้อหมูนุ่มมาก เมื่อปรุงเสร็จเป็นหมูย่าง เนื้อหมูจะนุ่มมากเคี้ยวกลืนง่าย ลูกสาวปกติทานอาหารยากเคี้ยวช้า พอได้ทานบอกว่าอร่อยทานแป๊บเดียวหมดและทานได้เยอะ ข้าวสี่แผ่นดินหุงโดยใช้ข้าวกล้องชนิดต่างๆ มาผสมกัน ก็นุ่มมาก ทานง่าย รวมถึงการทำน้ำจิ้มรสชาติดี เด็กชอบ เป็นวิธีทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาก ทั้งเรื่องความสะอาด และเลือกวัตถุดิบต่างๆ ในการปรุง อยากให้มีการจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ”

แม่รุ่ง – รุ่งนภา ธนะภูมิ (คุณแม่ของน้องลูกบัว ป.๑) :
“จากที่ได้เข้าอบรมกิจกรรมทอสีเบิกบานในครั้งนี้ ได้เรียนรู้ถึงความตั้งใจของทีมงานผู้ปกครองทุกๆคน ที่มีส่วนร่วมให้เกิดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้เรียนรู้ถึงความเป็นกัลยาณมิตรในโรงเรียนทอสีของเรา ที่ทุกคนพยายามฝึกฝนตน เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว เมื่อกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นจากความทุ่มเทของผู้ปกครองอาสาที่ตั้งใจสอน เราในฐานะนักเรียนก็ต้องตั้งใจเปิดใจเรียนรู้เพื่อฝึกฝนตน สิ่งเหล่านี้เราสามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากการอบรมในคอร์สต่างๆ เล่าให้ลูกๆ ฟัง หลังจากการอบรมเสร็จสิ้น
เราได้ทั้งความรู้-ความสุข-และผลงานที่น่าชื่นใจ ของเราเองแม้ว่าจะสวยงามจะไม่เรียบร้อย แต่ความสุขจากใจกลับเกินร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าเราฝึกที่จะเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ สม่ำเสมอเปิดใจรับการเรียนรู้ใหม่ๆ เชื่อว่าความสุขจะอยู่กับเราผู้ฝึกตนตลอดไป อยากให้มีคอร์สกิจกรรมต่างๆ แบบนี้อย่างสม่ำเสมอค่ะ

ขอขอบคุณ คุณครูอาสา ผู้ปกครองอาสาทุกๆ คนที่เสียสละเวลาเพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ขอขอบคุณคุณครูกิฟท์ (กิจกรรมหนังสือทำมือ) แม่เปี๊ยก (กิจกรรมเย็บกระเป๋า) แม่ก้อย (กิจกรรม Journal Book) ตั้งใจจะฝึกฝนเพื่อความสุขจากงานสร้างสรรค์จากใจของเราสม่ำเสมอ ที่สำคัญได้ฝึกสมาธิไปด้วยค่ะ”

แม่นุช (คุณแม่ของน้องหมิงหมิง ป.๓ และน้องอาซัน อ.๒) :
“ตอนแรกที่แม่ออยเรียกให้ไปเรียนทำ Journal Book รู้สึกว่าคงทำไม่ยากมาก แต่พอได้ลงมือทำจริงๆ ทุกอย่างต้องทำด้วยความตั้งใจและประณีตจริงๆ ค่ะ และแม่นุ้ยเป็นมืออาชีพจริงๆ คือเตรียมอุปกรณ์พร้อมสรรพ และให้เราลงมือทำและใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานจริงๆ พอได้ Journal กลับบ้านมาให้ลูกๆ ดู ถามว่าหม่าม้าทำเองเหรอคะ ลูกไม่เชื่อค่ะ แถมบอกว่าช่วยสอนหนูด้วยนะคะ ขอบอกว่าขอบคุณพี่นุ้ยและผู้จัดทำ Workshop ด้วยค่ะ ที่ทำให้มีความรู้และมีอะไรใหม่ๆ สอนลูกค่ะ”


ขอขอบพระคุณแม่แป๋ม (คุณแม่ของน้องป่าน ป.๔) สำหรับไฟล์ภาพถ่ายกิจกรรม Journal Book มา ณ ที่นี้ค่ะ