 |
 |
สมเด็จพระญาณสังวร (สุวัฑฒโน)
วัดบวรนิเวศวิหาร
กรุงเทพมหานคร
"คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นสั่งสอนอยู่ในภายใน
ปฏิบัติได้ อยู่ในภายใน รู้ยิ่งเห็นจริงได้เองทุก
ๆ คน มีเหตุตรองตามให้ เห็นได้จริงทุก
ๆ คน ปฏิบัติก็ได้ผลจริงทุก ๆ คน เพราะไม่ได้
สอนในภายนอก แต่ว่าสอนในภายใน แล้วก็เป็นเหตุเป็นผลที่
ตรองตามให้เห็นได้ ปฏิบัติได้ "
|
|
นามเดิม เจริญ คชวัตร ประสูติ 3
ต.ค. 2456 สถานที่เกิด อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
อุปสมบท ณ วัดเทวสังฆาราม เมื่อวันที่
12 มิ.ย. 2476 โดยมี พระเทพมงคลรังษี
เป็นพระอุปัชฌาย์
สมเด็จฯ ได้ทรงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี
พ.ศ. 2469 ขณะอายุได้ 14 ปี ภายหลังบรรพชาแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่
วัดเทวสังฆาราม 1 พรรษา จากนั้นได้มาศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดเสน่หา
จ.นครปฐม กระทั่งอายุครบอุปสมบท ท่านจึงได้
เดินทางกลับไปอุปสมบทที่วัดเทวสังฆาราม
เมื่อพ.ศ. 2476 ภายหลังจึงได้เดินทางเข้ามาจำพรรษา
ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยต่อไป
และที่วัดบวรนิเวศนี่เอง ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบท
เป็นธรรมยุตนิกาย โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์
ด้านการศึกษา ทรงสอบได้เปรียญธรรม 9
ประโยค ในปีพ.ศ. 2484 และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น
"สมเด็จพระญาณสังวร" เมื่อพ.ศ.
2515
ท่านได้ทรงอุทิศตนเพื่องาน พระศาสนาโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย
ทรงรับเป็นองค์แสดงธรรมยังสถานที่ต่าง
ๆ หลายแห่ง นอกจากนั้นยังได้ทรงนิพนธ์
ผลงานทางวิชาการ เอกสาร และตำราด้านพุทธศาสนา
ซึ่งล้วนแต่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งไว้มากมาย
พ.ศ. 2499 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
ทรงเลือกให้เป็นพระอภิบาล(พระพี่เลี้ยง)
ของพระภิกษุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่
9 ในระหว่างที่ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ
และเสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
ระหว่าง วันที่ 22 ต.ค. - 5 พ.ย 2499
เจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงเป็นพระเถระที่ประพฤติปฏิบัติธรรม
ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตามทางแห่ง ศีล
สมาธิ ปัญญา ทรงเป็นพระผู้ประเสริฐบริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่งองค์หนึ่ง
จากคุณงามความดีที่ท่านได้สร้างสมไว้
ในที่สุดจึงได้รับตำแหน่งเป็น "สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก"
เมื่อ 21 เม.ย. 2532 เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่
19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
|