๒๔๗๔ บรรพชา ณ วัดมณีวนาราม
มีพระครูวิจิตรธรรมภาษี (พวง) เป็นพระอุปัชฌาย์
อยู่ปฏิบัติครูบาอาจารย์ ๓ พรรษา
จึงลาสิกขาออกไปทำงานช่วยบิดามารดา
๒๔๘๒ อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดก่อใน
ตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี
เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๔๘๒ มีท่านพระครูอินทรสารคุณเป็นพระอุปัชฌาย์
ในระยะเริ่มแรกของการเป็นพระภิำกษุนั้น
หลวงพ่อชาสนใจและใฝ่ใจในการศึกษาหาความรู้ด้านปริยัติอยู่มาก
ท่านศึกษาทั้งปริยัติธรรมและภาษาบาลี
ต่อมาท่านได้หันมาสนใจในธรรมปฏิบัติ
ท่านได้ฝึกปฏิบัติกรรมฐานกับพระอาจารย์ทางด้านนี้หลายองค์
ท่านได้ธุดงค์ไปที่ต่างๆ ตามแบบของพระป่าผู้สันโดษ
เป็นเวลาหลายปี นอนในป่าบ้าง ในถ้ำบ้าง
ในป่าช้า และครั้งหนึ่งได้มีโอกาสกราบนมัสการท่านพระอาจารย์มั่น
ภูริทัตโต ผู้เป็นพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนาธุระ
และได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดในยุคนั้น
ซึ่งแม้นจะเป็นระยะเวลาอันสั้น แต่ท่านก็ได้รับความสว่างทางปัญญาอย่างยิ่ง
ในการฟังธรรมะกับท่านพระอาจารย์มั่นในครั้งนั้น

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่ทองรัตน์
หลวงปู่เสาร์
หลวงปู่กินรี
หลังจากทีไดู้ธุดงค์ไปในที่ต่างๆและปฏิบัติกรรมฐานมาเป็นเวลาหลายปี
ก็ได้มีผู้กราบเรียนนิมนต์ให้พักที่ดงป่าพง
ใกล้หมู่บ้าน อันเป็นถิ่นกำเนิดของท่านในสมัยนั้น
ที่ป่าแห่งนี้ยังไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นที่ขึ้นชื่อว่า
เป็นที่อยู่อาศัยของงูพิษร้าย เสือ
และปีศาจ ซึ่งท่านพระอาจารย์เห็นว่า
สถานที่เช่นนี้ี่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับพระป่า
ท่านจึงได้รับนิมนต์พักอยู่ ณ ที่ป่าพงนั้น
ต่อมามีพระสงฆ์ ชี
และชาวบ้านพากันมาฟังธรรมเทศนาของท่านพระอาจารย์มากขึ้น
มากขึ้นทุกที ในไม่ช้า ณ ป่าพงแห่งนี้เองก็ได้กลายเป็นวัดใหญ่ขึ้น
วิธีการแสดงธรรมของหลวงพ่อชานั้น
ง่ายๆ แต่ลึกซึ้ง เปี่ยมด้วยเมตตาและอารมณ์ขัน
เป็นที่ยอมรับกันว่าหลวงพ่อเป็นครูบาอาจารย์ที่มีลูกศิษย์ลูกหาชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะชาวตะวันตก ซึ่งคนไทยทั่วไปเรียกกันติดปากว่า
"ฝรั่ง" และก็เป็นที่น่ายินดีที่ลูกศิษย์ฝรั่งของหลวงพ่อ
ได้เป็นตัวแทนที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกลออกไป
ยังต่างประเทศ ชาวตะวันตกที่สนใจในการปฏิบัติภาวนา
และการบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท
จึงทวีจำนวนขึ้นเีีื่รื่อยๆ
ในส่วนประเทศไทยมีวัดป่านานาชาติ
ซึ่งเป็นวัดพระฝรั่งวัดแรกที่หลวงพ่อให้จัดตั้งขึ้นที่บ้านบุ่งหวาย
อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
ในปีพ.ศ.๒๕๑๘ โดยมุ่งหมายให้เป็นอาวาสสำหรับชาวต่างประเทศที่เข้ามาศึกษาและอุปสมบทในพระพุทธศาสนา
ได้อบรมสั่งสอนกันเอง และก็ได้กลายเป็นสถานที่ดึงดูดความสนใจใคร่รู้ของชาวไทยไปด้วย
ในแต่ละวันจึงมีผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาขอพักปฏิบัติธรรมอยู่มิได้ขาด
บ้างก็พักในช่วงสั้นเพียง ๒-๓ วัน
เพื่อสัมผัสบรรยากาศพอรู้รสชาติแล้วก็จากไป
บ้างก็มาพักเป็นอาทิตย์เป็นเดือนและเป็นปี
สำหรับชาวต่างประเทศนั้นมีจำนวนไม่น้อยและนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ที่ยุติการเดินทางลง ด้วยการขอบรรพชาอุปสมบท
ยอมรับละทิ้่งถิ่นฐานบ้านช่องในต่างประเทศ
ขอพักพิงในประเทศไทย เพื่อมุ่งมั่นแสวงหาบ้านอันแท้จริงของตัวเองต่อไป
มักมีผู้ถามว่า หลวงพ่อสอนฝรั่งอย่างไร
ในเมื่อท่านพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ และลูกศิษย์ฝรั่งเองก็ไม่คุ้นกับภาษาไทย
หลวงพ่อก็มีคำตอบเปรียบเทียบให้ฟังอย่างคมคายว่า
"น้ำร้อนก็มี น้ำฮ้อนก็มี ฮอทวอเตอร์ก็มี
มันเป็นแต่ชื่อภายนอก ถ้าเอามือจุ่มลงไป
ก็ไม่ต้องใช้ ภาษาหรอก คนชาติไหนก็รู้ได้เอง"
บางทีท่านตั้งคำถามเอากับพวกช่างสงสัยในเรื่องเหล่านี้ว่า
"ที่บ้านโยมมีสัตว์เลี้ยงไหม
อย่างหมาแมว หรือวัว ควายอย่า่งนี้
เวลาพูดกับมัน โยมต้องรู้ภาษาของมันด้วยหรือเปล่า?"
ท่านพระอาจารย์สุเมโธ
(พระราชสุเมธาจารย์) แห่งวัดอมราวดี
ประเทศอังกฤษ เป็นพระลูกศิษย์ที่เป็นชาวตะวันตกองค์แรกของหลวงพ่อชา
ท่านพระอาจารย์สุเมโธมีโอกาสศึกษาและปฏิบัติกับหลวงพ่อชาเป็นเวลานานถึง
๑๐ ปี (พ.ศ.๒๕๑๐ - ๒๕๒๐)
ในปี พ.ศ.๒๕๒๐ หลวงพ่อชารับนิมนต์จากมูลนิธิกิจการสงฆ์แห่งประเทศอังกฤษ
(English Sangha Trust หรือ E.S.T.
เดินทางไปประเทศอังกฤษเพื่อสำรวจความเหมาะสมและความเป้นไปได้ในการจัดตั้ง
สำนักสาขาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศอังกฤษ
ซึ่งหลวงพ่อชา ลงความเห็นว่ากรุงลอนดอนจัดได้ว่าเป็นปฏิรูปเทส
คือ ประเทศอันสมควรในการที่จะประกาศพุทธศาสนา
จึงได้จัดให้พระลูกศิษย์ที่เป็นฝรั่งอยู่ประจำ
เพื่อดำเนินงานพระศาสนาต่อไป ซึ่งท่านพระอาจารย์สุเมโธได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้
ซึ่งท่านเป็นกำลังที่สำคัญอย่างยิ่งในการเผยแพร่พุทธศาสนาที่ประเทศอังกฤษและในประเทศอื่นๆ
ที่ทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา
ในปัจจุับันวัดและสำนักสงฆ์ที่เป็นสาขาของวัดหนองป่าพงมีเป็นจำนวนมาก
โดยในประเทศไทยมีรวมทั้งสิ้นมากกว่า
๒๐๐ สาขา ( พ.ศ.๒๕๔๕ )
ในต่างประเทศได้แก่
อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีัแลนด์
อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส
มีวัดและสำนักสงฆ์ที่เป็นสาขาอีกรวมทั้งสิ้น
(พ.ศ. ๒๕๔๕) ประมาณ ๑๓ สาขา มีพระภิกษุสามเณรทั้งสิ้นมากกว่า
๑๐๐ รูป และมีนักบวชหญิงอีกมากกว่า
๒๐ รูป